วันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2560

คิดอ่านเขียน

เหมืองแร่แห่งชีวิต


จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดหนึ่งของภาคใต้ที่มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกสนใจ ภูเก็ตคือ "ไข่มุกอันดามัน" มีทะเลสีคราม น้ำใส หาดทรายสีขาว แต่ ณ ที่แห่งนี้ มีมนต์เสน่ห์และมีเรื่องราวของศิลปวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ของชุมชน โดยเฉพาะการทำเหมืองแร่เป็นหัวใจหลักของชาวภูเก็ต
ในอดีตมีการทำเหมืองแร่ดีบุก เช่น เหมืองแล่น เหมืองรู เหมืองหาบฯลฯ เพราะเหมืองแร่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นฐานเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองภูเก็ต  แต่ในปัจจุบันเหมืองแร่เริ่มลดน้อยลงจึงถูกทิ้งให้กลายเป็นที่รกร้างเสื่อมโทรม ในปี พ.ศ. 2550 เทศบาลตำบลกระทู้ได้พัฒนาสถานที่ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและร่องรอยที่เหลืออยู่ของขุมเหมืองโบราณล้วนมีจิตวิญญาณที่สะท้อนให้เห็นคุณค่าแห่งภูมิปัญญาของบรรพชนชาวภูเก็ต
ดังนั้นก่อนที่ชาวโลกรู้จักภูเก็ตในนาม ไข่มุกอันดามัน สวรรค์แห่งการท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่ก่อนมีวันนี้ ภูเก็ตได้ผ่านยุคสมัยแห่งความรุ่งโรจน์ของการทำเหมืองแร่ดีบุกจึงสะท้อนให้เห็นว่าสังคม วัฒนธรรม ของคนในอดีตเป็นประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าและความทรงจำที่ดีควรแก่การอนุรักษ์ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ศึกษาต่อไป




นางสาววันวิสาข์ คงร่วง
    รปศ.591 เลขที่ 36




วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560

คิดอ่านเขียน

กฎหมายน่ารู้ การรับบุตรบุญธรรม

 

จากคลิป มีเนื้อหาโดยย่อ ดังนี่้
การรับบุตรบุญธรรม คือ การรับลูกของคนอื่นมาเลี้ยงดูเสมือนเป็นลูกของตัวเอง ตามกฎหมายการรับบุตรบุญธรรมนี้จะต้องทำจดทะเบียนจึงจะสมบูรณ์ตามกฎหมาย

หลักเกณฑ์การรับบุตรบุญธรรม
1. ผู้รับบุตรบุญธรรมจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และจะต้องมีอายุมากกว่าผู่ที่จะมาเป็นบุตรบุญธรรมของตัวเองอย่างน้อย 15 ปี
2.ผู้ที่จะมาเป็นบุตรบุญธรรม ถ้าอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่หรือพ่อหรือแม่แล้วแต่กรณี หากพ่อหรือแม่ตายไปแล้วหรือถูกถอนอำนาจปกครองไป ก็ต้องได้รับความยิยยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมตามกฎหมาย
3.ถ้าผู้เป็นบุตรบุญธรรมมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จะต้องได้รับความยินยอมในการเป็นบุตรบุญธรรมของตัวเองด้วย
4.ถ้าผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมและผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสของตัวเองก่อน
5.การรับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมาเป็นบุตรบุญธรรม ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมายื่นคำขอพร้อมด้วยหนังสือแสดงความยินยอมของผู้มีอำนาจให้ความยินยอม
6.ผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นอยู่ก่อนแล้ว จะมาจดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นซ้ำในเวลาเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่จะมาเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม
7.พระภิกษุ จะรับบุตรบุญธรรมไม่ได้

หลักฐานที่จะต้องนำไปแสดง
1.บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับบุตรบุญธรรมและของคู่สมรส(ถ้ามี)
2.บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นบุตรบุญธรรม ถ้ายังไม่มีบัตรประจำตัวประจำตัวประชาชนให้ใช้สูติบัตรหรือสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน กรรีที่ผู้เป็นบุตรบุญธรรมมี่คู่สมรสต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสไปแสดงด้วย
3.บัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมของผูุ้เป็นบุตรบุญธรรม กรณีไม่มีบิดามารดา
4.หนังสืออนุมัติให้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมจากกรมประชาสงเคราะห์หรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่ได้รับอนุญาติจากกรมประชาสงเคราะห์หรือผู้ว่าราชการจังหวัด
5.ใบสูติบัตร
6.ใบสำคัญการสมรส(ถ้ามี)

นี้เป็นเนื้อหาเพียงเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการรับบุตรบุญธรรม ถ้าท่านใดสนใจเนื้อหาที่ละเอียดเกี่ยวกับการรับบุตรบุญธรรมเพิ่มเติมสามารถเข้าไปฟังคำบรรยายภายในคลิปได้คะ

ข้อดี
1.เนื้อหามีความละเอียด เข้าใจง่าย
2.มีการเรียงลำดับเนื้อหาเป็นขั้นตอน
3.ตัวหนังสือมีสีสัน สะดวกในการอ่าน

ข้อเสีย
1.ไม่พูดภาษากลางจะพูดภาาาท้องถิ่น
2.อ่านผิดบ้าง บ้างครั้งอ่านยืดเกินไป
3.ใช้ภาษาผิด


ดิฉัน นางสาววันวิสาข์ คงร่วง
สาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร์ ห้อง591 
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต


อ้างอิง     https://www.youtube.com/watch?v=11ovs_sqJEY









วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560

คิดอ่านเขียน


สวัสดีคะ😀😁
ดิฉันชื่อ น.ส. วันวิสาข์ คงร่วง ชื่อเล่น มด🐜
อายุ19ปี เป็นคนจังหวัดตรัง นิสัย ร่าเริง
งานอดิเรก นอน อ่านนิยาย เล่นโทรศัพท์
กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
สาขาวิชา..รัฐประศาสนศาสตร์
ห้อง 591 เลขที่ 36😙😆
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

☺😊😀😁😃😄
บล็อคนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน           วิชา...ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป     และเพื่อเป็นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นของกฎหมายทั่วไป  อย่างชัดเจนและสามารถเข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้น 
   เสนอ อาจารย์ ปนัดดา ทรัพย์สมาน
สำหรับวันนี้ดิฉันมีเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยเกี่ยวกับ
กิจการที่ผู้เยาว์สามารถทำได้เอง มาฝากกันคะ
1.นิติกรรมที่ทำใหผู้เยาว์ได้ซึ่งสิทธิ หรือหลุดพ้นจากหน้าที่ มาตรา 22
  ก.ได้มาซึ่งสิทธิ คือ เป็นการได้มาโดยปราศจากเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพัน
ข.ให้หลุดพ้นจากหน้าที่อันหนึ่งอันใด คือ เป็นการหลุดพ้นโดยเด็ดขาด
2.กิจการที่ผู้เยาว์ต้องทำเองเฉพาะตัว มาตรา 23 เป็นนิติกรรมที่ผู้เยาว์จะต้องทำเองเฉพาะตัวโดยตรง เช่น การขึ้นทะเบียนทหาร
3.นิติกรรมที่สมแก่ฐานานุรูปและจำเป็นในการดำรงชีพตามสมควร มาตรา 24
4.ทำพินัยกรรม ตามมาตรา 25  เมื่ออายุครบ15ปีบริบูรณ์
🍀🍀🍀🍀🍀